พระพรหมสอนการทำงาน

posted on 05 Feb 2008 08:59 by wongmalatorn-say in Hinduism

 

 พระพรหม ทรงเป็นผู้กล่าวถึงคุณงามความดีแก่การทำบุญอุทิศทาน ซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งประเสริฐกว่าการกระทำใดๆ ทั้งหมด การทำบุญอุทิศทานนั้น หมายถึงการแบ่งปันด้วยเงินทอง ข้าวของด้วยความบริสุทธิ์ใจ และมีความเมตตาสงสารต่อบุคคลผู้มีความต้องการและเดือดร้อนในสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้เขาได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานแห่งธรรมชาติ การทำบุญอุทิศทานนั้น นำมาซึ่งความผาสุขในโลกนี้และโลกหน้า เป็นอิสรภาพหลุดพ้นจากบาป คนที่จะนำสิ่งของเงินทองมาทำบุญจะได้รับซึ่งผลบุญ เมื่อสิ่งของเหล่านั้นได้มาโดยสุจริต คนในวรรณะพราหมณ์ ทำมาหาเลี้ยงชีวิตด้วยการสั่งสอน ให้คำแนะนำต่อผู้ทุกข์ร้อนในเรื่องแห่งพระเวท การประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาคนในวรรณะกษัตริย์ มีหน้าที่ปกครอง ดูแลประชากร และให้การทำนุบำรุงต่อศาสนา ประกอบซึ่งพิธีกรรมทางศาสนา อุทิศทานคนในวรรณะ ไวศยะ ประกอบอาชีพด้วยการทำกสิกรรม อุตสาหกรรม ทำพิธีบวงสรวงและช่วยเหลือต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน คนในวรรณะ ศูทร มีหน้าที่คอยรับใช้คนทั้งหลาย 

 

 การให้ทานต่อผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน จะต้องเป็นสาตัตวิกทาน (ทานอันเป็นสิ่งบริสุทธิ์) การบำเพ็ญอุทิศทานถวายสิ่งของต่อคนทั้งหลายมีอยู่  4 แบบ คือ 1.      นิตยทาน (การทำทานเป็นกิจวัตรทุกๆ วัน)2.      ไมมิตติกะทาน (การทำทานโดยบังเอิญ)3.      กามยะทาน (การทำทานโอกาสพิเศษ)4.      วิมลทาน (การทำทานโดยบริสุทธิ์ใจ) นิตยะทานคือการอุทิศมอบสิ่งของบางอย่างหรือเงินทองต่อพราหมณ์  นักพรต ผู้ที่ไม่ได้ให้สิ่งของใดเป็นการตอบแทนแต่อย่างใด การทำทานนี้จะกระทำได้ทุกๆวัน โดยไม่หวังผลตอบแทนแต่อย่างใดไมมิตติกะทาน คือการให้ทานที่ทำขึ้นด้วยความสงสารที่เกิดขึ้นต่อการเห็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน อันเกิดจากความสงสาร เมตตาของผู้ให้มีจิตใจอันสูงส่งกามยะทานคือการทำทานในโอกาสพิธี ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ เช่นในวันเกิด วันขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ ด้วยต้องการให้เกิดเป็นผลสำเร็จ ความมั่งคั่งสมบูรณ์ เพื่อให้ได้รับซึ่งบุตรหลานที่ดี หรือเพื่อผลบุญที่จะส่งยังสู่สวรรค์ในภายภาคหน้าวิมลทานคือการทำทานต่อบุคคลอื่น ด้วยมีความรู้แห่งพราหมณ์ ด้วยดวงจิตอันบริสุทธิ์ เพื่อให้เป็นที่พอพระทัยแห่งเทพเจ้า และนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล บุคคลที่อุทิศทานให้ซึ่งที่ดินที่อุดมสมบูณ์ด้วยต้นอ้อย ข้าวโพด ข้าวสาลี ผลไม้ ต่อพวกนักพรตเพื่อให้เขาได้เก็บสิ่งของเหล่านั้นกินเพื่อเป็นทานแล้ว เขาผู้นั้นจะได้รับซึ่งผลบุญ คือจะไม่ต้องมาเวียนว่ายตายและเกิดในโลกมนุษย์อีกต่อไป นับว่าเป็นผลบุญอันยิ่งใหญ่การให้ซึ่งวิทยาทานต่อพวกพราหมณ์ ผู้ให้จะได้รับซึ่งผลบุญในการได้ไปยังสู่พรหมโลก ด้วยความผาสุขอยู่ ณ ที่แห่งนี้เป็นเวลายาวนาน ผู้ที่มีความรู้จะประกอบซึ่งการอดอาหารในวันเพ็ญเต็มดวง และให้ทานด้วยน้ำผึ้ง เนย งา อาหาร ต่อพราหมณ์พร้อมกับการได้รับการกราบไหว้บูชาต่อเทพเจ้าด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และได้กล่าวคำต่อไปนี้ว่าข้าแต่พระธรรมราชา ขอทรงพระเมตตาด้วยเถิด ผลบุญจะทำให้เขาผู้นั้นหลุดพ้นจากบาปที่ร้ายแรงทั้งหมดไปในทันทีบุคคลผู้อุทิศทานด้วยข้าวสุกคลุกเนยต่อพราหมณ์ หลังจากที่ได้ถวายต่อเทพเจ้าแล้ว จะทำให้เขาหลุดพ้นจากความหวาดกลัว ต่อโรคภัยทั้งหลายได้บุคคลผู้ปรารถนาที่จะได้บุตรหลานไว้สืบสกุล จะต้องถวายสิ่งของต่างๆ ต่อพระอินทร์ก่อนที่จะนำอาหารเหล่านั้นมอบให้ผู้บูชาต่อพระวินายก ผู้ปรารถนาความสุขสำราญ จะต้องกราบไหว้บูชาพระจันทร์ (โสม)ผู้มีความต้องการซึ่งพลังแข็งแรง ต้องบูชาต่อพระพาย

 

 บุคคลผู้ให้ทานด้วยน้ำเย็นต่อผู้ที่ที่มีความกระหาย จะได้รับผลบุญอันยิ่งใหญ่ ผุ้ให้ทานด้วยข้าวสุกจะได้รับซึ่งความผาสุขที่ไม่มีวันสิ้นสุด ผู้ให้ทานด้วยตะเกียงหรือแสงสว่างจะเป็นผู้ที่มีดวงตาอันแจ่มใสสะอาด บุคคลผู้ให้ทานด้วยบ้านที่อยู่อาศัย ต่อผู้เดือดร้อนจะได้ขึ้นไปยังสู่สวรรค์ ผู้ให้ทานด้วยเสื้อผ้าจะได้ขึ้นไปบังสู่จันทร์โลก ผู้ให้ทานด้วยพาหนะ จะได้ขึ้นไปสู่ยังศิวะโลก ผู้ให้ทานด้วยโค กระบือไว้ใช้งานจะได้ขึ้นไปยังสุริยโลก บุคคลผู้ทำทานด้วยการปกป้องกันคุ้มครองจะได้รับความมั่งคั่งสมบูรณ์ อนึ่งคนชั่วบาปช้า ผู้ทำการขัดขวางอุทิศถวายของเป็นทานแก่เทพและพราหมณ์หรือในการบวงสรวงบูชาไฟในพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว บุคคลเหล่านี้จะต้องอยู่ในการเวียนว่ายตายและเกิด รวมทั้งต้องเกิดใหม่ในชาติตระกูลแห่งสัตว์โลกผู้ต่ำต้อย 

(คัดลอกสำนวนจากหนังสือ  108 เทพแห่งสรวงสวรรค์ 2 ของธนกร พันธ์บุญเกิด)

Comment

Comment:

Tweet

#1 By (125.26.179.67) on 2009-07-24 09:48

#2 By (125.26.179.67) on 2009-07-24 09:48