ศรีคเณศ คือพระเป็นเจ้า คนทั้งหลายบูชาในฐานะเป็นหัวหน้าของเทพองค์อื่นๆ ไม่เพียงแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้น แต่มีคนบูชาพระองค์กันทั่วโลก ศรีคเณศได้รับการกราบไหว้บูชาในฐานะเป็นเทพเจ้าองค์แรกในรูปแบบหนึ่งหรือรูปแบบอื่น  ในธงประจำชาติของเยอรมันมีสัญญลักษณ์     สัญลักษณ์อันสูงสุดของศรีคเณศปรากฏอยู่ ในประเทศจีน รูปปั้นของศรีคเณศย่อมเป็นที่รู้กันในนามของ วินายก และกันคิเนน ในประเทศเนปาลในปัจจุบันนี้ ศรีคเณศก็ได้รับการกราบไหว้บูชาในฐานะเป็นวินายก, ในญี่ปุ่น ท่านคาโบไดอิชิ ผู้คงแก่เรียน ได้เผยแพร่คำสอนของการบูชาศรีคเณศ, ในประเทศไทย ศรีคเณศ ได้รับการยกย่องบูชาเป็นอย่างมาก, ในประเทศอิยิปต์ เฮอเมสนักประวัติศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง ได้ตั้งชื่อศรีคเณศว่า อีอิกตัน จากการค้นคว้าทั่ว ๆ ไป มันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เทพเจ้าอีอิกตันไม่มีอะไรอื่นนอกจากศรีคเณศ ในประเทศอินเดีย การมงคลต่าง ๆ ได้มีการเริ่มต้นขึ้นหลังจากการบูชาศรีคเณศแล้วเท่านั้น

              แม้ว่าศรีคเณศ เป็นที่รู้กันว่ามีชื่อต่าง ๆ กันถึง 12 ชื่อ แต่ชื่อที่เป็นที่นิยมกันเป็นส่วนมาก ก็คือคณปติ ชื่อสองชื่อเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความสูงส่งของพระองค์อย่างเห็นได้ชัดมาก

              คำว่า คเณศ”  หมายถึงเทพเจ้าของคุณทั้งหลาย (คุณสมบัติที่ดี) พระองค์เป็นเทพเจ้าของคุณสมบัติทั้งหมด คำว่า คณาปติก็เหมือนกัน เป็นที่รองรับของคุณสมบัติทั้งหมด ในยชุรเวทก็เหมือนกัน มันได้ปรากฏชัดแจ้ง เมื่อถูกกล่าวถึงว่า คณนฺ อนตวา คณปติ หวมเห”  หมายถึงว่า โอพระเป็นเจ้า เจ้าแห่งคุณสมบัติทั้งหมด เราขออ้อนวอนต่อพระองค์
             รูปร่างของพระคเณศนั้น มองดูประหลาดมาก บุคคลทั้งหลายเหล่านั้น ผู้ไม่เข้าถึงความลับของรูปร่างอันประหลาดนี้ ไม่สามารถที่จะให้การนิยมชมชอบได้ อันที่จริงแล้ว  ส่วนแต่ละส่วนของร่างกายของพระองค์ ได้สอนบทเรียนหลาย ๆ อย่างแก่มนุษย์



พระเศียร
พระเศียรที่มีลักษณะเป็นช้าง มีดังนี้
สมองของช้างนั้นใหญ่มาก ไม่เหมือนกับกวาง หมี เป็นต้น ช้างจะไม่โจมตีสัตว์อื่น ๆ โดยไร้ความหมาย นักจิตวิทยา ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วว่า ถ้าบุคคลประสงค์จะทำความก้าวหน้าแต่ตนเอง เขาไม่ควรทะเลาะวิวาทกับคนอื่นโดยไม่จำเป็น บุคคลไม่ควรหน้ามืดตาลายกับด้วยทรัพย์สมบัติ กับด้วยความแข็งแรงและอำนาจ และไม่ควรทะเลาะเบาะแว้งกับคนอื่น ๆ โดยไร้สาเหตุ บุคคลใดที่กระทำเช่นนั้น บุคคลนั้น ย่อมจะสูญเสียความรักของทุก ๆ คนไปเรื่อย ๆ และแน่นอนศีรษะของเขาจะลงต่ำ และการโกหกของเขาก็กลับไร้ประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ

ช้างเหมือนดวงตา
คุณสมบัติของดวงตาช้างก็คือว่า ช้างมองเห็นวัตถุทุก ๆ ชนิด ในขนาดที่ใหญ่มากมากกว่าคุณสมบัติจริง ๆ ของวัตถุนั้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเล่า เพราะช้างมีเลนซ์ในดวงตาที่ขยายออกเกินความจริง และมีพลังอำนาจมาก ฉะนั้น ช้างจึงเห็นว่าบุคคลอื่นทุก ๆ คนใหญ่กว่าตัวเขาเองมาก และดังนั้น มันจึงไม่รบกวนเขา หรือชอบทะเลาะ กับสัตว์อื่น ๆ ถ้า บุคคลใด ๆ คิดพิจารณาผู้อื่นว่ายิ่งใหญ่กว่าตัวเขาเอง บุคคลนั้นก็จะไม่หยิ่งยะโสกับความยิ่งใหญ่ของตัวเขาเอง บุคคลควรให้ความเคารพแด่คนอื่น ๆ ทุก ๆ คน และไม่ควรดูถูกคนอื่น ๆ ไม่ว่าเขาจะเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าเขายากจนหรือร่ำรวย ในเวลาเดียวกัน บุคคลไม่ควรคิดพิจารณาตัวเขาเองว่าต่ำต้อย แต่ควรเป็นคนสุภาพอ่อนโยนต่อทุก ๆ คน

ช้างเหมือนหู
คนผู้ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี มีนิสัยพูดมุสา และพยายามก่อกวนและทะเลาะวิวาทกับเพื่อนแท้ กับพี่น้องหรือมารดาบิดา แต่บุคคลควรจะมีสมองและดวงตาเช่นเดียวกับช้าง และไม่ควรพูดเท็จและพูดเหลวไหล เมื่อบุคคลยึดเอาคำพูดเท็จเป็นที่ตั้งแล้วเขาจะไม่รู้สึกตื่นเต้นต่อการกระทำของเขาแล้วจะไม่ทำให้ตนเองเจริญโดยการกระทำเช่นนั้น เพราะเขาจะทำลายความเป็นมิตรแท้และทำลายความรักที่แท้จริงให้ขาดสะบั้นลง

ช้างเหมือนงวง
การที่ช้างมีงวงยาว หมายถึงว่า ได้รับความนับถืออย่างมาก อันนี้บอกให้เรารู้ว่า บรรพบุรุษของเรา ผู้ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและส่วนรวมมาหลายชั่วอายุคน  ได้มีความเสียสละมาก เพื่อให้เกิดความเคารพนับถือเป็นอันมากต่อประเทศชาติของเรา และเราควรเชื่อมั่นได้ว่า เราจะรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติศักดิ์อันสูงส่งของประเทศของเราไว้เหมือนงวงช้าง

ช้างเหมือนกับฟัน
เป็นที่รู้กันทั่วไปแล้วว่า ช้างมีฟันอยู่สองแบบ แบบหนึ่งนั้นสำหรับเคี้ยวกินอาหาร และอีกแบบหนึ่ง  มีไว้ประดับเท่านั้น อันนี้ชี้ให้เราเห็นว่า บุคคลสามารถจะได้รับผลสำเร็จในชีวิตนี้เท่านั้น ถ้าเขาสามารถเข้าใจ และรู้จักแยกแยะระหว่างมิตรแท้และมิตรไม่แท้ออกจากันได้ หลังจากรู้ความชั่วของมิตรนั้นแล้ว เขาควร พยายามรักษาความเป็นมิตรเอาไว้ แต่ในเวลาเดียวกัน เขาควรค้นหาวิธีการที่จะกำจัดความชั่วของเขาผู้นั้น แต่ไม่ใช่คนชั่วคนนั้น

ช้างเหมือนกับลิ้น
ช้างไม่เคยเอาลิ้นของมันออกมาข้างนอกเลย เว้นเสียแต่ว่ามันดูดน้ำเข้าไปภายในปากของมันเท่านั้น ในทำนองเดียวกัน บุคคลควรจะชั่งดูน้ำหนักของคำพูดของเขาให้เห็นชัดเจนเสียก่อน ก่อนที่เขาจะพูดออกมา และจะอุทานคำพูดนั้นออกมา ว่าต่อเมื่อเขาพิจารณาเห็นคำพูดเหล่านั้นอย่างรอบคอบแล้ว คำพูดที่พูดออกมากับด้วยความคิดที่ใตร่ตรองแล้ว ย่อมมีประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยทั่วไป แต่คำพูดที่ปราศจากความคิดนึก ย่อมเป็นอันตรายแก่คนอื่น ๆ ทั่วไป

ช้างเหมือนท้อง
กล่าวกันว่า ท้องที่เล็กนั้นไม่สามารถย่อยข่าวสารทั้งหมดได้ บุคคลอุทานคำพูดออกมาทั้งหมดโดยที่ไม่คิดพิจารณาว่าจะเหมาะหรือไม่เหมาะ อันนี้ทำให้เกิดโรคภัยอันตรายมากมายแก่ผู้พูด แต่ถ้าเขามีท้องใหญ่ มันสามารถที่จะย่อยข่าวสารทุกชนิดได้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ท้องใหญ่แสดงให้เห็นว่า มันไม่จำเป็นที่จะมีท้องใหญ่อย่างนี้ แต่เรามีคุณสมบัติที่มีความคิดไตร่ตรองและแยกแยะชั่วดีออกไปซึ่งเหมือนกับ
ท้องใหญ่ 


 

 

พระคเณศมี 4 กร
ศรีคเณศ ที่แสดงไว้นั้น มี 4 กร คือ กรด้านขวาข้างบน พระองค์ทรงถือฆ้อนซึ่งแสดงให้เห็นว่า เราควรควบคุมอายตนะของเราอย่างเต็มที่ ถ้าเราไม่ควบคุม เราไม่มีอำนาจที่จะอดทน และเมื่อปราศจากอำนาจ แห่งความอดทนดังกล่าวนี้แล้ว เราจะกลับขลาดกลัวในเรื่องอุปสรรคเล็กน้อย ๆ ดังนั้น เราจึงไม่สามารถที่จะทำชีวิตของเราให้ก้าวหน้าได้ แต่ถ้าเราควบคุมอายตนะของเราไว้ได้ แน่นอน เราจะได้รับความสำเร็จในชีวิต

กรด้านขวาที่อยู่ข้างล่าง คือ ท่าทางของการให้พรให้ความสุข อันนี้แสดงถึงว่า ทุกๆ วันเรควรมีความรู้สึกถึงความดีงามที่ประเสริฐกว่าของเพื่อน ๆ ของเรา  มือของเราควรยกขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนอื่น ๆ เสมอ  แต่อย่าได้คิดหรือมีความรู้สึกในการทำลายคนอื่น ๆ อย่างเด็ดขาด
             กรทางด้านซ้ายคือกรที่สามนั้น ทรงถือดอกบัว เป็นการสอนเราว่า จงเป็นคนสุภาพอ่อน
โยนและซื่อสัตย์สุจริต
              กรทางด้านซ้ายคือกรที่สี่ (กรที่ต่ำลงมาจากกรที่สาม)  ทรงถือขนมหวาน (แลททู)  มันเป็นการสอนเราที่เรารู้จักใช้วาจาอ่อนหวานดังเช่นขนมหวาน  ในการเจรจากับผู้
อื่น

หนูเป็นพาหนะของพระศรีคเณศ
                พระศรีคเณศ  ทรงใช้หนูเป็นพาหนะของพระองค์  หนูหมายถึง  คำพูดที่สูญเสียเปล่า  หนูทำลายสิ่งที่มีค่า  เช่น เสื้อผ้า หนังสือ ข้าวกล้า เป็นต้น  โดยปราศจากจุดมุ่งหมายใด ๆ ในทำนองเดียวกัน  บุคคลที่ปราศจากจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง  และพยายามที่จะโต้แย้งกับกฏเกณฑ์ที่ได้วางไว้ดีแล้วของสัจจะของพระเป็นเจ้า  ดังนั้น  กับด้วยคำพูดที่เหลวไหล  ความภักดีและศรัทธาของเขาผู้นั้นที่มีต่อพระเป็นเจ้าของเขา  ก็เริ่มลดน้อยถอยลง  แล้วเขาก็น้อมไปเพื่อความตกต่ำ  และผลที่เกิดขึ้นแก่เขาเองก็คือความหายนะ  ฉะนั้น ถ้าบุคคลประสงค์ที่จะรู้แจ้งพระเป็นเจ้าเขาควรจะมีสติตื่นอยู่เสมอ  และขจัดคำพูดที่เหลวไหลออกไปเหมือนกับหนู
               การบูชาพระศรีคเณศที่แท้จริงก็เพื่อปรับเอาคุณสมบัติทั้งหมดซึ่งแสดงออกถึงในกรทั้งสี่เข้ามาไว้ในตน

****
จาก
ศรีมณเฑียร  ทรรศน์
ขอขอบคุณ
สมาคมฮินดูสมาช

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (49.230.149.234|49.230.149.234) on 2015-08-29 20:42

#1 By (125.26.226.137) on 2009-06-17 12:45